ไร่แก่นตะวันวินวิว (ออร์แกนิค) ยินดีต้อนรับ

 

            ปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่หันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น นิยมบริโภคพืชผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งในประเทศไทยของเรา นับว่าโชคดีกว่าหลายประเทศในโลก สามารถปลูกพืชผักเพื่อบริโภคได้หลายชนิดตลอดทั้งปี ทั้งปลูกเพื่อจำหน่ายหรือเพื่อบริโภคในครัวเรือน"แก่นตะวัน"ก็เป็นพืชไร่มหัศจรรย์สารพัดประโยชน์ชนิดหนึ่ง ชนิดเดียวในประเทศ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายหลาก ถึงแม้ว่าจะเป็นพืชไร่ที่ไม่ได้เป็นพืชประจำถิ่นในประเทศไทย  แต่ก็ได้รับการปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์ให้สามารถปลูกในประเทศเราได้ดี  ไม่แพ้ประเทศแถบอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นทวีปต้นกำเนิดเจ้าแก่นตะวัน นี้ 

            แต่เนื่องจาก "แก่นตะวัน" ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากนัก ทางเราซึ่งเล็งเห็นประโยชน์ของพืชชนิดนี้ จึงอยากเผยแพร่ให้กับผู้ที่รักสุขภาพหรือประชาชนทั่วไปได้นำไปบริโภค เพื่อสุขอนามัยเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ "ป้องกันไว้ดีกว่าค่ะ"

 

นี้คือคำถามที่ทุกท่านอยากรู้

พืชอาหารมหัศจรรย์ แก่นตะวัน คืออะไร..? ดีจริงหรือ..?

<คำตอบ>

แก่นตะวันจัดเป็นพืชอาหาร ไม่ใช่สมุนไพรหรือยาโดยตรง

หลายท่านเข้าใจว่ากินแก่นตะวันแล้ว จะเป็นยารักษาโรคต่างๆไม่ใช่ค่ะ

เพียงแต่แก่นตะวันมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก

เพราะฉะนั้น ท่านที่เป็นโรคต่างๆ จะค่อยๆ ทุเลาลง และสำหรับท่านที่มีความเสี่ยง

ที่จะเกิดโรคต่างๆ แก่นตะวันก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี

 

ผลผลิต ไร่แก่นตะวันวินวิวพร้อมเก็บเกี่ยวแล้วค่ะ!!!!
ขอบคุณลูกค้าทุกท่านมากค่ะที่สนใจสั่งซื้อแก่นตะวันจาก "ไร่แก่นตะวันวินวิว"
เราจะมุ่งพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นไปค่ะ.
 
สินค้าพร้อมส่งนะคะ (สั่งสินค้าได้เลยค่ะ)
 

 สนใจสามารถ mail มาที่ : tookta.h@hotmail.com

หรือติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 087-6062249 / 081-4810405 / 091-2567445

Tel & WhatsApp หรือ Line : winviewshop

หรือสั่งซื้อหน้าเวปไซด์ได้เลยค่ะ

เพิ่มช่องทางติดต่อสอบถามหรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่

087 - 6062249 ( 1-2 call ) / 081-4810405 ( DTAC ) /

091-2567445 ( 1-2 call )

 

Line : winviewshop

 

แก่นตะวันพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ

ผลิตและจำหน่ายที่ "ไร่แก่นตะวันวินวิวสิงห์บุรี" 

 

 

มาแล้วจร้าาา แคปซูลแก่นตะวันแท้ 100% โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม

 

+++มาแล้วตามคำเรียกร้องของหลายท่าน+++

แคปซูลแก่นตะวัน

                  

 

 สินค้าของเรายังมี "แก่นตะวันอบแห้ง" นำไปชงเป็นชาแก่นตะวัน

          

 

และอีก 1 ผลิตภัณฑ์ "แก่นตะวันบดผงพร้อมชง"

            

 

ประมวลภาพลูกค้ามาเยี่ยมชมและซื้อแก่นตะวันที่ไร่

null     null

null    null

null   

   null      

    

     


 

 สินค้าพร้อมส่งค่ะ ส่งจริง ไม่โกหกนะคะ

 

   

   

   

   

   

   

   

   

   

   

   

   

   

   

 

   

   

   

   

   

   

   

   

   

   


 
 

 สั่งซื้อนัดรับสินค้าที่ตลาดไท ขั้นต่ำ 100 โลๆละ 90 บาท + ค่าจัดส่ง 500 บาท

 

แก่นตะวันค่าส่งตามนี้ค่ะ (แนะนำส่งแบบ ems ดีที่สุดค่ะ)

สั่ง 1 กิโลกรัม ราคา 130 บาท บวกค่าส่งดังนี้
ส่ง EMS 82 บาท ค่ากล่อง 8 บาท รวม 90 บาท

สั่ง 2 กิโลกรัม ราคา 260 บาท บวกค่าส่งดังนี้
ส่ง EMS 122 บาท ค่ากล่อง 18 บาท รวม 140 บาท

สั่ง 3 กิโลกรัม ราคา 390 บาท บวกค่าส่งดังนี้
ส่ง EMS 157 บาท ค่ากล่อง 23 บาท รวม 180 บาท

สั่ง 4 กิโลกรัม ราคา 520 บาท บวกค่าส่งดังนี้
ส่ง EMS 197 บาท ค่ากล่อง 25 บาท รวม 222 บาท คิดราคา 220 บาท

สั่ง 5 กิโลกรัม ราคา 650 บาท บวกค่าส่งดังนี้
ส่ง EMS 242 บาท ค่ากล่อง 25 บาท รวม 267 บาท คิดราคา 250 บาท

สั่ง 6 กิโลกรัม ราคา 780 บาท บวกค่าส่งดังนี้
ส่ง EMS 292 บาท ค่ากล่อง 25 บาท รวม 317 บาท คิดราคา 300 บาท


สั่ง 7 กิโลกรัม ราคา 910 บาท บวกค่าส่งดังนี้
ส่ง EMS 342 บาท ค่ากล่อง 35 บาท รวม 377 บาท คิดราคา 350 บาท

สั่ง 10 กิโลกรัม ราคา 1200 บาท บวกค่าส่งดังนี้
ส่ง EMS 502 บาท ค่ากล่อง 50 บาท รวม 552 บาท
 คิดราคา 520 บาท

กรณีส่งรถตู้ / รถทัวร์ ค่าส่ง 200 บาท / กล่อง


แก่นตะวันพืชสมุนไพร คุณประภาส ช่างเหล็ก หัวหน้าสถานีวิจัยเพรชบูรณ์

สถาบันค้นคว้าพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

 

 

 

รูปแก่นตะวัน
 

แก่นตะวัน

แก่นตะวัน หรือ ทานตะวันหัว (เป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ) หรือที่เป็นชื่อเรียกภาษาไทยว่า “แห้วบัวตองแก่นตะวัน ภาษาอังกฤษ Jerusalem artichoke (เจรูซาเล็ม อาร์ติโช้ก), Sunchoke (ซันโช้ก), Sunroot, Earth Apple, Topinambour มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helianthus tuberosus L. จัดอยู่ในวงศ์ Asteraceae (วงศ์ทานตะวัน) มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในทวีปอเมริกาเหนือ และต่อมาภายหลังจึงแพร่หลายไปยังสหรัฐอเมริกาและทางยุโรป

สมุนไพรแก่นตะวัน กับ ความเป็นมาในบ้านเรา ต้นแก่นตะวันได้มีการนำต้นแก่นเข้ามาปลูกเมื่อปี พ.ศ.2539 ต่อมา รศ.ดร.สนั่น จอกลอย อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ได้นำสายพันธุ์แก่นตะวันเข้ามาทดลองปลูกจำนวน 24 สายพันธุ์ และทำให้การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์มาเรื่อยๆ จนพบว่า สายพันธุ์ KKU Ac 008 สามารถให้ผลผลิตของหัวสดถึงไร่ละ 2-3 ตัน ภายหลังจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “แก่นตะวัน” (สนั่น,2549)

ทานตะวันหัว

แก่นตะวันสมุนไพร ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายและเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก เนื่องจากเป็นพืชที่มีประโยชน์สารพัด เพราะในหัวแก่นตะวันจะมีสารสำคัญชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ อินนูลิน (Inulin) ซึ่งเป็นน้ำตาล เชิงซ้อน มีโมเลกุลของน้ำตาลต่อกันเป็นห่วงโซ่มากกว่า 10 โมเลกุล ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของสารชนิดนี้มันจึงกลายเป็นอาหารที่เส้นใยสูง และจะไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้ของเรา จึงเท่ากับว่าสารอินนูลินเดินทางผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้ของเราไปเฉยๆ แถมยังไม่มีแคลอรีแต่อย่างใด มันจึงเหลือไปถึงลำไส้ใหญ่ แล้วกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียในกลุ่มที่มีประโยชน์ (แบคทีเรียมีทั้งกลุ่มมีประโยชน์และไม่มีประโยชน์) ทำให้แบคทีเรียกลุ่มที่มีประโยชน์เกิดการแบ่งตัวมากขึ้น ทำให้แบคทีเรียในกลุ่มที่เป็นอันตรายต่อร่างกายลดน้อยลง

เมื่อร่างกาย ไม่สามารถย่อยได้ แก่นตะวันจึงเป็นสารเส้นใยอย่างเดียวที่ไม่ให้แคลอรี สารเส้นใยดังกล่าวจึงช่วยทำให้อยู่ท้องได้นาน กินอาหารได้น้อยลง กินแล้วไม่อ้วน จึงช่วยลดน้ำหนักไปได้ในตัว และยังช่วยดูดซับน้ำมันและน้ำตาลที่เราอาจรับประทานเกินออกไป จึงสามารถช่วยป้องกันโรคไขมันในเส้นเลือดสูงได้อีกด้วย โดยมีผลงานวิจัยที่ น่าสนใจดังนี้

  • หนูทดลองที่กินอาหารผสมกับสารอินนูลินเป็นระยะ เวลา 3 สัปดาห์ พบว่าน้ำหนักตัวของหนูจะน้อยลงกว่าหนูปกติที่ไม่ได้รับอินนูลินมากถึง 30%
  • ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูง หากได้รับอินนูลินเข้าไปเป็นประจำจะช่วยทำให้ไขมันในเลือดลดลง (งานวิจัยของคอเซ 2000)
  • ผู้ ที่ได้รับสารอินนูลินจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานน้อยกว่าคนที่กินน้ำตาลมากถึง 40% จึงแสดงให้เห็นว่าการรับประทานแก่นตะวันเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ได้เป็นอย่างดี (ฮาตะ 1983)

ลักษณะของแก่นตะวัน

  • ต้นแก่นตะวัน หรือ พืชแก่นตะวัน จัดเป็นพืชล้มลก มีหัวสะสมอาหาร ลักษณะเป็นตะปุ่มตะป่ำ ผิวไม่เรียบ คล้ายหัวขิงอวบและหัวข่า แต่มีหลากหลายสี เช่น สีเหลือง สีขาว สีแดง และสีม่วง แต่โดยทั่วไปแล้วเปลือกจะมีสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในมีสีขาว เนื้อกรอบคล้ายแห้วดิบ การเจริญเติบโตของแก่นตะวันจะมีอยู่ 2 ช่วง ช่วงแรกนับตั้งแต่ตอนปลูกจนถึงออกดอกครั้งแรก แก่นตะวันจะสะสมอาหารในใบและลำต้น หรือที่เรียกว่า หัวแก่นตะวัน หรือ ว่านแก่นตะวัน และช่วงที่สองหลังจากดอกแรกบานจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ใบจะหลุดล่วง อาหารสะสมที่ใบก็จะถูกส่งไปที่หัว ซึ่งหัวสามารถนำมารับประทานได้

ต้นแก่นตะวัน

  • ใบแก่นตะวัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ผิวใบสาก มีขนตามกิ่งและใบ แต่บางพันธุ์ขอบใบจะหยัก ต้นมีความสูงราว 1.5-2 เมตร

ใบแก่นตะวัน

  • ดอกแก่นตะวัน ลักษณะเป็นทรงกลมแบน ออกดอกเป็นช่อ ดอกสีเหลือง คล้ายกับดอกทานตะวันหรือบัวตอง

แก่นตะวัน

คุณค่าทางโภชนาการของแก่นตะวันดิบ ต่อ 100 กรัม

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

สรรพคุณของแก่นตะวัน

  1. ชาวอินเดีนแดงปลูกต้นแก่นตะวันไว้รับประทานหัว โดยมีสรรพคุณช่วยทำให้เจริญอาหาร
  2. ช่วย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยลดการติดเชื้อ เพราะสารอินนูลินจะช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดิน อาหาร อย่างเชื้ออี.โคไล (E.Coli) และโคลิฟอร์ม (Coliforms) และในขณะเดียวกันยังไปช่วยเพิ่มการทำงานของแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกายให้เจริญเติบโตดีขึ้นอีกด้วย เช่น บิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) และแลคโตบาซิลัส (Lactobacillus)
  3. ช่วยป้องกันอาการภูมิแพ้ การแพ้อาหาร โดยเฉพาะในเด็ก
  4. แก่นตะวันลดความอ้วน ช่วย ลดน้ำหนักและความอ้วน ภายในหัวจะมีน้ำประมาณ 80% และมีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 18% ซึ่งคาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่จะเป็นอินนูลิน (Inulin) ซึ่งอินนูลินเป็นสารเยื่อใยอาหารที่ให้ความหวานได้ แต่จะไม่ถูกย่อยในกระเพาะและลำไส้เล็ก จึงสามารถอยู่ในระบบทางเดินอาหารได้นาน จึงช่วยทำให้ไม่รู้สึกหิว ทำให้รับประทานอาหารได้น้อย สามารถช่วยควบคุมพลังงานที่ได้รับต่อวันได้เป็นอย่างดี จึงช่วยลดความอ้วนและป้องกันโรคเบาหวานไปด้วยในตัว ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าหนูที่ได้รับสารนี้เป็นเวลา 3 สัปดาห์ น้ำหนักตัวของมันจะลดลงมากกว่าหนูปกติถึง 30% โดยดร.ครรชิต จุดประสงค์ นักวิชาการประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังระบุด้วยว่าแก่นตะวันสามารถช่วยลดความอ้วนได้ดีกว่าพืชลดความอ้วนชนิด อื่นๆ ที่คนไทยรู้จักกันดีเมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน อย่างเช่น หญ้าหมาน้อย หัวบุก และเม็ดแมงลัก เป็นต้น
  5. ช่วย ในการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากแก่นตะวันมีสารประกอบเชิงซ้อนกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานต่ำ กว่าคาร์โบไฮเดรตทั่วไป มีลักษณะคล้ายแป้ง แต่มีคุณสมบัติในการรักษาสมดุลของสารอาหารที่รับประทาน โดยสามารถรับประทานได้มากขึ้น แต่ยังช่วยคงระดับพลังงานให้คงที่ได้ ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ซึ่งไม่เหมือนกับแป้งทั่วไปที่ร่างกายย่อยสลายแล้วถูกดูดซึมเข้าไปสะสมเป็น ไขมันแล้วทำให้อ้วน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาภาวะน้ำหนักเกิน
  6. ช่วย ป้องกันไขมันในเลือดสูง เพราะเส้นใยของแก่นตะวันจะช่วยดูดซับน้ำมันและน้ำตาลที่เรารับประทานเกินไว้ ไม่ว่าจะเป็นคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ หรือไขมันเลว ที่เรารับประทานเข้าไปทิ้งออกทางอุจจาระ และยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไดร์สูง หากได้รับอินนูลินเป็นประจำก็จะช่วยทำให้ไขมันในเส้นเลือดลดลงได้
  7. ช่วย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเส้นใยของแก่นตะวันเป็นตัวช่วยดูดซับไขมันที่เป็นโทษต่อร่างกายและ เป็นสาเหตุของการเกิดโรคดังกล่าวทิ้งออกทางอุจจาระ
  8. ช่วยลดระดับ น้ำตาลในเลือด และป้องกันโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแก่นตะวันมีแคลอรี่ต่ำ ไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด แม้จะรับประทานในปริมาณมาก จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หากรับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยมีงานวิจัยที่ระบุว่าผู้ที่ได้รับสารอินนูลินเป็นประจำจะมีโอกาสเป็นโรค เบาหวานน้อยกว่าคนที่กินน้ำตาลมากถึง 40%
  9. ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ ใหญ่ ช่วยในการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ และช่วยบำรุงสุขภาพของลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ที่ได้รับสารอินนูลินเป็นประจำ จะทำให้ลำไส้ใหญ่จะแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มมากขึ้น และมีปริมาณของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือแบคทีเรียที่เป็นตัว ก่อโรคให้ที่ลดลง ทำให้แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดแก๊สกลิ่นเหม็นในร่างกายลดลง หรือแบคทีเรียที่กินซากเนื้อสัตว์ตัวสร้างสารก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่อย่างอีโค ไลก็ลดน้อยลงด้วยเช่นกัน
  10. ช่วยกระตุ้นการดูดซึมของแร่ธาตุหลายชนิด ช่วยปรับสภาพของลำไส้ให้เหมาะสมต่อการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิด ที่ไม่สามารถดูดซึมได้ในลำไส้เล็ก และช่วยให้ลำไส้ใหญ่สามารถดูดซึมแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้เพิ่มมาก ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการช่วยดูดซึมธาตุแคลเซียมได้มากถึงร้อยละ 20% รวมไปถึงธาตุเหล็ก ฯลฯ
  11. ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย ช่วยในขับถ่าย ช่วยทำความสะอาดลำไส้ ช่วยเก็บกวาดของเสียในระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี แก้อาการท้องผูกได้ เนื่องจากทำให้อุจจาระมีกากใยมากขึ้น และยังช่วยลดกลิ่นเหม็นของอุจจาระได้อีกด้วย
  12. สมุนไพรแก่นตะวัน สรรพคุณช่วยลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง แก้อาการท้องเสีย
  13. สรรพคุณแก่นตะวัน ช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำดี
  14. แก่นตะวัน สรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ
  15. ช่วยป้องกันสารพิษอย่างโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว

คำแนะนำ : แม้จะมีข้อดีอยู่หลายประการ แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง เนื่อง จากแก่นตะวันมีคุณสมบัติของเส้นใยอาหารสูง การรับประทานสารสกัดในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น มีอาการไม่สบายท้อง จุกเสียดแน่นท้อง ท้องเสีย ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือมีอาการคลื่นไส้ เป็นต้น ซึ่งอาการดังกล่าวจะพบได้น้อยและไม่มีผลกระทบต่อผู้รับประทานมากนัก หากคุณรับประทานสารสกัดดังกล่าวในปริมาณที่เหมาะสม หรือเลือกรับประทานในรูปของแก่นตะวันสดในรูปของอาหาร แถมยังช่วยคงคุณค่าของสารอาหารและเส้นใยไว้อย่างครบถ้วนอีกด้วย ดังนั้นการเลือกรับประทานแบบสดๆ จึงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

หัวแก่นตะวัน

ประโยชน์ของแก่นตะวัน

  1. แก่นตะวันมีประโยชน์อย่างไร ? หัวแก่นตะวันจัดเป็นอาหารที่ดีและมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่รัก สุขภาพ เพราะเป็นอาหารเสริมสุขภาพอย่างหนึ่ง เนื่องจากในหัวของแก่นตะวันนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น เช่น มีวิตามินบีรวม แคลเซียม ธาตุเหล็กที่สูง เป็นต้น
  2. ประโยชน์แก่นตะวัน ช่วยลดกลิ่นปากจากเชื้อแบคทีเรีย
  3. เนื่อง จากดอกแก่นตะวัน มีดอกที่สวยงามจึงมีการเพาะปลูกไว้เป็นไม้ประดับ ปลูกเป็นพืชเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจได้ เพราะมีความสวยงามไม่แพ้ทุ่งบัวตองหรือทุ่งทานตะวันเลยทีเดียว
  4. หัว ใช้รับประทานสดๆ เป็นผัก ซึ่งหัวสดจะมีรสชาติคล้ายๆ กับแห้ว หรือนำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน ทำเป็นขนมหรือใช้ต้มรับประทาน หรือนำไปผัดหรือใช้ยำก็ได้เช่นกัน
  5. หัวแก่นตะวันสามารถนำมาใช้เป็นอาหารแทนมันฝรั่งได้ เพราะมีเนื้อสัมผัสเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่ามีรสหวานกว่า จึงเหมาะสำหรับใส่ในสลัดผักต่างๆ
  6. หัว แก่นตะวันสามารถนำมาเป็นผง คือเอาหัวมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาตากแดดให้แห้งแล้วอบ เมื่ออบเสร็จก็นำมาป่นเป็นผงเล็กๆ ซึ่งผลดังกล่าวสามารถนำไปผสมกับแป้งต่างๆ เป็นผลิตภัณฑ์ได้ เช่น ขนมปัง ขาไก่ คุกกี้ เป็นต้น จะช่วยทำให้มีรสชาติที่ดีและมีกลิ่นหอม แถมยังคงปริมาณของอินนูลินไว้ได้อีกด้วย
  7. มีการนำหัวแก่นตะวันมาสกัด เอาสารอินนูลิน ใช้ผสมในผลิตภัณฑ์นมผงเด็ก โดยจะมีสารอินนูลินผสมอยู่ด้วยราว 1-2% ซึ่งหลายๆ คนอาจจะไม่ได้สังเกต
  8. หัว แก่นตะวัน ใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นสุราและเอทานอลได้ ซึ่งในประเทศเยอรมัน รัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก จะมีการใช้หัวแก่นตะวันในการผลิตสุรากันมากกว่า 90% ซึ่งสุราชนิดนี้ก็คือ Topi หรือ Rossler
  9. ลำต้นแก่นตะวัน ก็สามารถนำไปหมักทำเป็นเอทาอลได้เหมือนกัน
  10. ลำ ต้นและใบของแก่นตะวัน สามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ และยังมีสารอาหารที่ช่วยในการย่อยได้หมดมากกว่าถั่วอัลฟัลฟา (แต่จะมีโปรตีนน้อยกว่า)
  11. หัวใช้เป็นอาหารเสริมในสัตว์เลี้ยงได้ เพราะมีผลต่อการเจริญเติบโต ทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยลดจุลินทรีย์ที่เป็นโทษในระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้สัตว์เลี้ยง จึงช่วยลดการใช้ยาปฏิชีวนะไปด้วยในตัว จึงถูกมีการนำมาใช้เป็นสมุนไพรของสัตว์เลี้ยง
  12. การเสริมสารสกัดอินนู ลินลงไปในอาหารของสัตว์ เช่น สุนัข สุกร ไก่ จะช่วยปริมาณของแอมโมเนียในระบบทางเดินอาหารและในสิ่งขับถ่ายได้ จึงช่วยทำให้ลดปริมาณของสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในสิ่งขับถ่าย ทำให้กลิ่นเหม็นของอุจจาระลดลงอย่างมากจนถึงไม่มีกลิ่นเลย
  13. ในเชิง อุตสาหกรรม มีการใช้หัวแก่นตะวันมาเป็นวัตถุดิบในการสกัดเป็นน้ำตาลอินนูลิน (Inulin) เพราะสามารถพบได้ในพืชชนิดนี้มากถึง 16-39% และยังมีการใช้อินนูลินเพื่อผลิตเป็นน้ำตาลเชื่อมฟรุคโตสเข้มข้น หรือสารให้ความหวานในอุตสาหกรรมอาหาร
  14. แก่นตะวันเป็นพืชที่ให้ พลังงานสูง หัวสด 1 ตัน สามารถใช้ผลิตเป็นเอทานอลบริสุทธ์ 99.5% ได้มากถึง 100 ลิตร สามารถใช้เป็นพลังงานทดแทนด้วยการนำไปใช้ผสมกับน้ำมันเบนซิน ใช้ผลิตแก๊สโซฮอล์ได้อีกด้วย
  15. แก่นตะวันเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม เพราะสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ผลิตภัณฑ์แก่นตะวัน เช่น แก่นตะวันแบบบรรจุถุง แก่นตะวันบดผง แก่นตะวันอบแห้ง ชาแก่นตะวัน ว่านแก่นตะวันแคปซูล สบู่แก่นตะวัน เป็นต้น

สมุนไพรแก่นตะวัน

วิธีกินแก่นตะวัน

  • แก่น ตะวันสามารถรับประทานได้ทั้งแบบปอกเปลือกและไม่ปอกเปลือก แต่การรับประทานทั้งเปลือกก็ควรล้างให้สะอาดก่อน เนื่องจากมีแง่งเยอะอาจจะเศษดินติดอยู่ หรือจะแช่น้ำไว้สักพักเพื่อให้ดินอ่อนตัวก่อนนำมาล้างก็ได้ ถ้าจะให้ดีก็ใช้แปรงสีฟันเล็กๆ นำมาขัดอีกรอบเพื่อความสะอาด
  • สำหรับวิธีการปอกเปลือกแก่นตะวัน ก็ใช้วิธีเดียวกันกับการปอกเปลือกมะม่วง โดยใช้มีดสองคมขนาดเล็ก (ด้ามสีส้มที่เราคุ้นเคยกันดี) ในการปอกเปลือก ถ้ามีแง่งก็ให้ใช้มีดตัดออกมาก่อนแล้วค่อยปอก
  • สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรับประทาน ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากก่อนในช่วงแรก หรือทานสดครั้งละ 1 ขีด เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพก่อน
  • สำหรับ การเก็บรักษา สำหรับแก่นตะวันแบบปอกเปลือก ก็ให้เก็บไว้ในกล่องพลาสติกที่ปิดฝามิดชิดไม่ให้อากาศเข้า หรือจะใส่ถึงซิป กล่องพลาสติกก็ได้ แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา ก็จะช่วยทำให้คงความสดและไม่ทำให้เหี่ยวเร็ว
  • แก่นตะวันที่ไม่ปอก เปลือก สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 10 สัปดาห์ หรือมากกว่าถ้าไม่มีเชื้อรา แต่หากเก็บไว้นานสีอาจจะเปลี่ยนหรือเหี่ยวทำให้ดูไม่น่ารับประทาน ยิ่งเก็บไว้นานคุณภาพก็ยิ่งน้อยลง การรับประทานแบบสดใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
  • การใช้หัวแก่น ตะวันในการประกอบอาหาร อาจพบว่าสีของหัวเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีดำคล้ำ สาเหตุอาจมาจากการปอกเปลือกทิ้งไว้นาน ดังนั้นเมื่อปอกเปลือกหรือหั่นเสร็จแล้วให้เก็บแช่ทิ้งไว้ในน้ำเปล่าก่อนที่ จะนำไปประกอบอาหาร ช่ะช่วยป้องกันปัญหาดังกล่าวได้

แหล่งอ้างอิง : คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (รองศาสตราจารย์ ดร.สนั่น จอกลอย), สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (ดร.ครรชิต จุดประสงค์), สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 132, นิตยสารขวัญเรือน ฉบับ 849 (พญ.ลลิตา ธีระสิริ)

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 13 ต.ค. 2013 เวลา 14:47 น.

NEW PRODUCTS

รหัส ระบุที่สินค้าย่อย
180-200 บาท
รหัส KAN-011
150.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัส ระบุที่สินค้าย่อย
900-1,000 บาท
รหัส ระบุที่สินค้าย่อย
500-700 บาท
รหัส KAN-001-02
130.00 บาท
120.00 บาท
  • สั่งซื้อ
รหัส KAN-001-01
130.00 บาท
  • สั่งซื้อ

สมัครสมาชิกร้านค้า

สมัครสมาชิกร้านนี้ เพื่อรับสิทธิพิเศษ

ติดต่อตุ๊กตา

087-6062249 (1-2 call) / 081-4810405 (DTAC) / 091-2567445 (1-2-call)

Line : winviewshop


 

MEMBER

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม34,670 หน้า
ผู้ชมทั้งหมด18,806 ครั้ง
เปิดร้าน13 มี.ค. 56
ร้านค้าอัพเดท2 เม.ย. 57

Go to Top